DIARY : NICE in JAPAN ♥

posted on 25 Nov 2014 22:50 by nicelicious in Diary directory Travel, Diary
สวัสดีมายบล็อค.
สัญญาว่าจะมาอัพเรื่องไปเที่ยวญี่ปุ่น 5 วัน 4 คืน ที่ผ่านมา
เป็นครั้งแรกที่ได้ไป ญี่ปุ่น เลยตัดสินใจไปกับทัวร์ดีกว่า
รูปเยอะหน่อยน้า อยากเก็บไว้เป็นความทรงจำ
เที่ยวเองเกรงว่าจะหลง 555 เรามาดูคร่าวๆก่อนเนอะ ว่าไปไหนกันบ้าง . .
.
.
.
วันที่ 1. กรุงเทพ - สนามบินนาริตะ
วันที่ 2. นาริตะ - โตเกียว - พระราชวังอิมพิเรียล - วัดอาซากุสะ - ชินจูกุ - อาบน้ำแร่
วันที่ 3. ภูเขาไฟฟูจิชั้น 5 - ทะเลสาบฮามานะ - เมืองนาโกย่า
วันที่ 4. เมืองเกียวโต - วัดคิโยมิสึ - ศาลเจ้าฟูจิมิอินาริ - เมืองโอซาก้า - ชินไซบาชิ
วันที่ 5. สนามบินโอซาก้า - กรุงเทพ
.
.
.
ในวันแรก ทัวร์นัดเราพร้อมกันที่สนามบินตี 5 แต่พ่อเราให้ออกจากบ้านตั้งแต่ตี 3
ขับรถประมาณชั่วโมงนึงถึงก็นั่งเล่นถ่ายรูปรอเวลานัด กว่าจะถึงเวลาเครื่องออก 8 โมง
ถึง สนามบินนาริตะ ก็ประมาณ 4 โมงเย็น
.
.
พออกจากสนามบิน ท้องฟ้าก็มืดสนิท ทั้งๆที่เวลาแค่ 4 โมงเย็น ไอเย็นๆมาพร้อมกับกลิ่นเค็มนิดๆ . .
มันฟินอย่างบอกไม่ถูก คืนนั้นเราพักกันที่โรงแรมในนาริตะนี่แหละ ชื่อ Narita Garden Hotel
(มี Wifi พร้อมในห้อง) ไกด์ปล่อยลูกทัวร์หาทานกันเอง โดยแนะนำว่ามีบุฟเฟ่ต์ของโรงแรม
ตกหัวละพันนิดๆหรือจะออกไปกินแถว AEON Narita Shopping Center
.
เราด้วยความงกและอยากเปิดหูเปิดตาเลยไป AEON โดยเรียก Taxi แทน
ค่า Taxi ประมาณ 600 กว่าบาท (แค่ขาไปไม่รวมขากลับ) ภายในห้างก็มีร้านค้ามากมาย เช่น
Uniqlo Muji เสื้อผ้าน่ารักๆเต็มไปหมด อาหารใน Food Center ก็อร่อยมาก เราจัดมาทั้งราเม็ง
ไก่คาราเกะ อร่อยทุกอย่าง แต่ละร้านพอสั่งออเดอร์ เค้าก็จะมีเครื่องไรสักอย่างให้มา
พออาหารเสร็จเครื่องก็จะดังติ๊ดๆ ให้ไปเอาที่ร้าน ทานเสร็จก็นำถาดมาเก็บไว้ที่เดิม
แล้วก็ต้องเช็ดโต๊ะให้สะอาดด้วยนะจ๊ะ (แตกต่างกับไทยลิบลับ)
.
.
     
.
.
.
.
.
วันที่สอง เดินทางแต่เช้าเข้าสู่เมืองโตเกียว แลนด์มาร์กแรกที่ต้องไปคือ พระราชวังอิมพิเรียล
เป็นที่ประทับของสมเด็จพระจักพรรดิองค์ปัจจุบัน ทำให้ถ่ายรูปได้แต่ด้านนอกกับบริเวณสวนด้านนอก
.
.
.
.
.
ถ่ายกับแม่และน้อง แม่เก๊ายังสาวน้า อิอิ

.
 
     
.
.
มีรูปปั้นในสวนด้านนอกด้วยอะ เราก็ไม่รู้ว่าคือรูปปั้นอะไร
.
.
 
 
.
.
จากนั้นก็ไปต่อกันที่ วัดอาซากุสะ หรือ วัดเซ็นโซจิ เป็นวัดโบราณที่สร้างตั้งแต่สมัยเอโดะ
มีประตูขนาดใหญ่และโคมไฟยักษ์แขวนอยู่ ใครมาถ่ายรูปก็ต้อง ทำท่านี้
.
.
    
 

.
.
พอนมัสการเจ้าแม่กวนอิม กวักควันธูปเข้าตัวเพื่อความเป็นสิริมงคลเสร็จ เราก็เดินเล่นในย่านช็อปปิ้ง
ที่เป็นถนนสายสั้นๆ มีขนมอร่อยๆ เช่น ซาลาเปาทอด (อร่อยมากกก โดยเฉพาะไส้มัน Request!!)  
และของที่ระลึกที่เป็นอักลักษณ์ของญี่ปุ่นมากมายตามสองข้างทาง แล้วก็ไปทานข้าวเที่ยง
แถวๆบริเวณนั้น ไม่ได้ถ่ายรูปมาเพราะนั่งติดกับคนอื่นเกรงใจเค้า อาหารก็เป็นเซ็ตเทมปุระ
ปลาแซลมอนชิ้นนึง น้ำซุปแกงฟัก ไข่ตุ๋น รสชาติกลางๆออกไปทางจืดๆ (รู้สึกอาหารไทยอร่อยกว่านะ)
.
.
 
.
.
น่ากินทุกไส้เลย >O< ราคาไม่แพง 170 Yen เอง
.
.
 
 
.
.
 
ไปยืนอ่านป้าย . . หน้าตาเอาเรื่องปะละ นี่แค่มองกล้องนะ = ="
.
.
.
.
.
ท้องอิ่มเราก็มุ่งหน้าเข้าสู่ย่านช็อปปิ้ง เย้!!
แต่ . . ได้เวลาช็อปแค่นิดเดียวเท่านั้นใน ย่านชินจูกุ ชั่วโมงกว่าๆ
แถมไปติดอยู่ในร้านขายเครื่องสำอางที่ใครมาญี่ปุ่นก็ต้องมา Mutsumoto Kiyoshi เป็นชั่วโมงๆ
เดินเพลินมาก นี่ก็อยากได้ นั่นก็อยากได้ สรุปได้เครื่องสำอางมาสามชิ้นกับโฟมล้างหน้าขวดน้ำเงินๆ
SHISEIDO Perfect Whip  ที่ใครมาก็ต้องเหมากับได้เสื้อเชิร์ตลายสก็อตสีเขียวสีโปรด
ของคุณแฟนมา 1 ตัว ในราคาที่ลดแล้วเหลือ 800 กว่าบาท (ของตัวเองยังไม่มีเลย T.T)
อี๊บอกว่าห้างที่อี๊แยกเดินไป COACH ถูก แงอยากได้อะ! เก็บบรรยากาศรอบๆมาฝากจ้า
.
.
 
.
.
บ้านเมืองเค้าเรียบร้อยสะอาด คนมีมารยาท ทุกคนรู้และปฏิบัติตามกฏ ดอกไม้ก็กำลังเปลี่ยนสีสวยงามไปทั้งเมือง
.
 
 
.
.
จากนั้นก็เข้าสู่ที่พัก Kasugai View Onsen Hotel เป็นห้องพักสไตล์ญี่ปุ่น มีเสื่อทาทามิปูนอน
มีออนเซ็นให้แช่ ซึ่งต้องแก้ผ้าหมด . . ไม่กล้าพอ T.T แม่กะอี๊เลยไปแช่กันสองคน
เรากับน้องไปนั่งเล่น Wifi แถวเคาท์เตอร์ข้างล่าง (บนห้องไม่มี Wifi) ซึ่งเหม็นบุหรี่จนฉุนมาก . . .
อ้อ! มี บุฟเฟ่อาหารทะเล มีขาปูยักษ์ด้วยอะ แต่ไม่ได้ถ่ายมา 5555 หิวจนลืมเราว่ารสชาติเนื้อปูไทยอร่อยกว่า
แต่อาหารอื่นๆอร่อยมาก มีแต่ของซีฟู๊ดเต็มไปหมด ฟินสุดแล้วอาหารวันนี้ ♥
ถ่ายมาแต่อาหารเช้ากับวิวทะเลติดห้องพักน้า จานเป็นหลุมๆน่ารักดี ตักได้พอดีคำ ไม่ตะกละ 5555
.
.
    
.
.
.
.
.
วันที่สาม . . เวลาผ่านไปไวมากกกกก นั่งรถหลายชั่วโมงกว่าจะถึงภูเขาไฟฟูจิ หลับไปหลายตื่น
แต่ไกด์เราดีมากนะ พูดเพลินให้ความรู้ดีมาก แต่เราหลับง่วง 55555
เห็น ภูเขาไฟฟูจิ ไกลๆนั่นมั้ย . . สวยเนอะ ^^
.
.
.
.
เราเดินทางไปยัง ชั้น 5 ของฟูจิ พี่ชายฉันหนาวววว . . อุณหภูมิ 0 องศา
ลมแรง มือสั่นปากสั่นถุงมือก็เอาไม่อยู่ รีบๆถ่ายวิวแล้วไปผิงฮีทเตอร์ในร้านค้า
ในร้านค้าก็มีคนขาย ที่พูดภาษาไทยวนไปวนมาว่า "มีที่นี่ที่เดียวครับ" ,  "10แถม1"
โมจิถั่วแดงมั้ง อร่อยดี ชิมมาแต่ไม่ได้ซื้อ
.
.
 
.
.
วิวสวยมากกกกกกก ท้องฟ้าโปร่ง แต่ลมแรงสุดๆ ได้ตุ๊กตามาด้วยตัวนึงของน้องประมาณพันกว่าเยน น่ารักดี ♥
.
 
 
.
.
จากนั้นไปทานข้าวเที่ยงเป็น Bento Box Set เค้ามีผงโรยข้าวให้
แต่พี่ไกด์เอาน้ำพริกแมงดามาให้ด้วย แต่เราไม่กินเผ็ดเลยใช้ผงโรยข้าวญี่ปุ่นแทน
.
.
 
    
.
.
รีบกินรีบออกไปถ่ายรูป บรรยากาศสวยงาม บ้ากล้องตลอดเวลา 5555
.
.
 
   
.
.
ไปต่อกันที่ ทะเลสาบฮามานะ ที่เพาะพันธุ์ปลาไหล มีพายปลาไหล ปลาไหลอบซิอิ๊วที่ขึ้นชื่อ
แต่!! ไกด์พาลูกทัวร์ไปเล่น Lotto ค่า ซื้อกันถ้วนหน้า เรากะแม่น้องซื้อกันรวมสิบใบ ใบละ 200 เยน
หวยรับประทานกันเรียบ ไกด์ได้อยู่คนเดียว ส่วนเก๊าขาดอีก 10 แต้มเองง่า รมณ์เสีย!
.
.
    
.
.
มีของน่ากินเต็มสองข้างทางเลย แต่อดใจไว้รอกินปิ้งย่างต่อจากนี้ดีกว่า 55555
.
.
 
.
.
ไปทานบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง Yakiniku ชื่อ Stamina Taro เราชอบมาก ต้องเก็บเข้า Fav.  ไว้เลย
มีซูชิเครื่องทำสายไหม เตาทำเครปเย็นแบบญี่ปุ่น โอ๊ยมันใช่! สวรรค์อะ (♥o♥)
รีบกินปิ้งย่างละไปทำเครปเย็น 2 รอบสนุกมาก สุดท้ายเละ . . 55555
.
อ่านออกกันมั้้ยเขียนว่าอะไร? เขียนว่า NiceNan แต่มันไหลเยิ้มรวมกัน  พัง พัง พัง!!
.
.
 
.
จากนั้นเข้าสู่โรงแรม Gamagori Hotel ซึ่งที่นี่เราไม่ประทับใจเลย
ห้องพักไม่ค่อยโอ Wifi ก็ไปไม่ถึงต้องเปิดประตูเล่น มีร้าน WATSON 100 Yen ด้านหลัง
ซึ่งต้องออกประตูหลังที่มืดจนไม่เห็นอะไรเลย แล้วก็หล่นโพล่ะ! ตกบรรไดสิคะ 4 ขั้นเลย
ถลาอย่างไกล เลือดไหลซิบๆเลย T.T มีการขำอีกนะตาลุงที่ดูแล = =''
.
อาหารเช้าก็ไม่โอ พนง.ญ ที่คอยดูแลเติมอาหาร ก็มาคอยคุม พูดจาเสียงดังไม่ดีใส่
สงสัยไม่ชอบคนไทยหรือคนจีนมั้ง สรุปโรงแรมนี้ไม่ผ่านอย่างแรง
.
.
.
.
.
วันที่ 4 แล้ว เริ่มต้นที่ วัดน้ำใส หรือ วัดคิโยมิสึ ในเมืองเกียวโต เอาจริงๆเราเดินไปไม่ถึงวัดอะ
มัวแต่เดินดูของกินตรงถนนที่เดินขึ้นสู่วัด 5555 ไอติมชาเขียวก็อร่อย มาถึงญี่ปุ่นไม่กินได้ไง
.
.
    
.
.
ดูใกล้ๆสิว่ามันน่ากินแค่ไหน . . .
.
.
.
.
แล้วไปต่อกันที่ ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ หรือ ศาลเจ้าพ่อจิ้งจอกขาว ที่มีรูปปั้นสุนัขจิ้งจอก เชื่อกันว่า
เป็นฑูตส่งสาส์นของเทพเจ้าแห่งการเก็บเกี่ยว และยังมีเสาโทริอิเรียงกันจนกลายเป็นอุโมงค์
.
.
  
.
ของกิน ของกินเต็มไปหมดดดดด เดินผ่านไปน้ำลายไหลไป . . 
.
.
.
.
ถึงเวลาอาหารกลางวัน เราไปกินอาหารที่ซูโม่กินกัน คือ Chanko nabe เหมือนชาบูน่ะแหละ
ซึ่งเป็นร้านเล็กๆในเมืองเกียวโต ที่มีภูมิทัศน์เป็นบ้านเรือนเก่าๆที่เค้าอนุรักษ์ไว้ ดูสวยคลาสสิคดี
นาเบะอร่อย พนง.ก็น่ารัก พยายามพูดและจำภาษาไทย ไอติมชาเขียวก็อร่อย(อีกแล้ว) :P
 
.
    
.
.
นาเบะร้อนๆ กับกุ้งหวานๆ หมูสไลด์บางๆ เห็ดเข็มทองของโปรดที่เติมได้ไม่อั้น ฟินอีกแล้ว . .
.
.
 
.
.
ต้นไม้สีกำลังสวยเลย ถ่ายรูปเก็บไว้หน่อย จริงๆมีรูปอีกแต่ติดเรา กลัวเบื่อกันก่อน 55555
.
.
 
.
.
จากนั้นเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการชอปปิ้ง . . ที่ ชินไซบาชิ ใน โอซาก้า
ฟินอีกแล้ว แต่เราก็ไม่ได้ไรมานะ เพราะหิวมากตอนนั้นประมาณหกโมงกว่า
ไม่มีอารมณ์ช็อปหลังจากไปนั่งรอครอบครัวเราเลือกรองเท้า โอนิสึกะไทเกอร์ เกือบชั่วโมง 
อยากช็อปเสื้อผ้าอะแต่ดูแล้วเอามาใส่ ในไทยไม่ได้แน่ๆ หนาซะ T___T" (ทำไมไม่ซื้อตั้งแต่วันแรกว๊า)
 
 
.
.
.
ส่วนมื้อเย็นต้องหากินเอง เดินไปเดินมา ได้ร้านที่เหมือนจะข้างทางนะ แต่ราคาก็ไม่ถูกอะ
ยากิโซบะ 800 Yen อร่อยดี พวกหมึก-กุ้ง-หัวหอมชุปแป้งทอด ทาโกยากิ พิซซ่าญี่ปุ่นก็ใช้ได้
มีแต่คนไทยทั้งโต๊ะซ้ายโต๊ะขวา ไปไหนๆเสียงคนไทยคนจีนก็เจี๊ยวจ๊าวไปหมด 55555
ไม่ได้ถ่ายรูปมา เสียใจ . . มัวแต่หิวกินๆๆๆอย่างเดียวเลย
.
.
มาแล้วนะ แลนมาร์ค Glico หน้าเพลียจะหลับเต็มที่แล้ว
.
.
.
.
แล้วก็เข้าสู่ที่พัก จำชื่อ โรงแรมไม่ได้อะ แต่ก็โอนะ อาหารอร่อยดี แฮ่ . .
น้ำหนักขึ้นบานเลยจ้า กินดึกไม่พอ บุฟเฟ่ต์อีก TOT
.
.
.
.
วันที่ 5 จำได้ลางๆว่าไม่ได้แวะไหนนะ ตรงสู่สนามบินโอซาก้าเลย
เงินเหลือตั้งเยอะ มาชอปขนมที่นี่แหละ หมดไป 5พันเยน
แต่! . . ขนมดังๆคนไทยขนไปหมดเลยอะ ไม่ได้ซื้อเลย Potato Farm งี้ Tokyo Banana งี้
TOT จะกินนนนนนนนนนนนนน!!!
.
.

.
.
กลับถึงเมืองไทย โดยสวัสดิภาพ อาหารบนเครื่องก็อร่อยตามสไตล์การบินไทย อยากไปอีก ♥
แม่บอกปีหน้าไปซัปโปโร ฮอกไกโดกัน โอ๊ยอยากไปๆๆๆๆๆ . .
ญี่ปุ่น มีแต่คนบอก ใครไปแล้วต้องอยากไปอีก เราเชื่อกับตัวเองก็วันนี้แหละ 
พลาดถ่ายรูปตั้งหลายอย่างแน่ะ คราวหน้าจะพยายามเก็บทุกช็อตเลย เสียดายมาก :(
.
J A P A N , i   m i s s   u  ♥